บริษัท ไทย เอ็น. เค. พลาสติก จำกัด
บริษัท ไทย เอ็น.เค.พลาสติก จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทบรรจุภัณฑ์ เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ.2539 โดยคุณกระแสสิน และคุณนิทัศน์ วงศ์บุญนาค ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ในช่วงแรกโรงงานตั้งอยู่ในซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 23(จันทร์เกษม) แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ผลิตขวดน้ำดื่มประเภท HDPE ต่อมาในปี พ.ศ.2541 ได้ย้ายโรงงานมาอยู่ที่บัวทองแฟคตอรี่ จ.นนทบุรี และได้เริ่มผลิตขวด PP และขวด PET เพื่อบรรจุน้ำดื่ม น้ำหวาน และน้ำผลไม้ขนาดต่างๆ จนกระทั้งปี 2546 ได้ก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ ซ.เทศบาล19 ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อโรงงานสร้างเสร็จในปี 2547 จึงได้ย้ายเครื่องจักรทั้งหมดมาที่โรงงานแห่งใหม่ ขณะเดียวกันก็ได้เพิ่มการผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ อาทิเช่น แก้วพลาสติกบรรจุน้ำดื่ม, แก้วพลาสติกใส่กาแฟหรือเครื่องดื่มต่างๆ, ถุงHD, ถุงPP, หลอดดูดน้ำ, ช้อน ส้อมพลาสติก, PET Preform สำหรับเป่าขวด และยังร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าต่างๆ หลากหลาย เรามีขวด PP กว่า 40 แบบ ขวดPET กว่า 50 แบบให้ลูกค้าเลือกใช้ตามความต้องการ โดยมีความตั้งใจที่จะผลิตสินค้าและจำหน่ายสินค้าที่ดีที่สุดให้ลูกค้าพอใจ . . . . . . . ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 36 ล้านบาทชำระเต็มจำนวน มีโรงงาน 2 แห่ง คือ สำนักงานใหญ่พื้นที่ขนาดกว่า 5 ไร่ ที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ ด้วยประสบการณ์ในการผลิตสินค้ากว่า 20 ปี บุคลากรที่ตั้งใจทำงาน เรามีเครื่องจักรทันสมัยที่หลากหลายในการขึ้นรูปพลาสติก ทั้งงานเป่า, งานฉีด, งานรีด, งานปั๊มขึ้นรูป, เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะผลิตสินค้าให้มีคุณภาพดีที่สุด และใส่ใจในการบริการที่ดีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ และเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเรา บริษัทฯ มุ่งที่จะพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง สมกับที่ลูกค้าไว้ใจให้การสนับสนุนเราต่อเนื่องมายาวนานกว่า 20 ปี และจะยืนหยัดเคียงคู่ลูกค้าตลอดไป
ประเภทสินค้า
สินค้าใหม่ ดูทั้งหมด
สินค้าขายดี ดูทั้งหมด
ข่าวสารและกิจกรรม ดูทั้งหมด
กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์อ้อยและน้ำตาล

วันที่ 25 กันยายน 2562 กลุ่มส่งเสริมอุตสาหกรรมชีวภาพ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ร่วมกับสถาบันพลาสติก ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์อ้อยและน้ำตาล เพื่อการแปรรูปเป็นพลาสติกชีวภาพ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลาสติกในประเทศไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอ้อยซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญด้วยการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพชนิดต่างๆ ซึ่งสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันเกิดปัญหาขยะพลาสติกสะสมมากมาย โดยเฉพาะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น แก้วน้ำพลาสติก หลอดพลาสติก ถุงพลาสติก
.
.
ในกิจกรรมนี้ได้มอบหลอดพลาสติกชีวภาพซึ่งสถาบันพลาสติกได้จัดหาเม็ดพลาสติกชีวภาพให้บริษัทฯ แปรรูป มอบให้ในกิจกรรมนี้ เพื่อให้เกิดการทดลองใช้จริง ในโอกาสนี้บริษัท ไทย เอ็น.เค.พลาสติก จำกัด ได้มอบหมายให้นายพีระพล วงศ์บุญนาค เจ้าหน้าที่วิเคราะห์การผลิต เป็นตัวแทนบริษัทฯ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวที่ร้านกาแฟ Gallery Drip Coffee ที่ชั้น 1 หอศิลป์กรุงเทพฯ ปทุมวัน นับเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการขับเคลื่อนการใช้พลาสติกชีวภาพอย่างแท้จริงในประเทศ สอดคล้องการตอบโจทย์เพื่อผลักดันประเทศเข้าสู่ยุคอุตลาหกรรมพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?

เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท ?

ภาษีความหวาน

          ภาษีความหวาน  คือ  ภาษีที่ภาครัฐจัดเก็บจากสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มเพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีขึ้น  มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2560  ตามกฏหมาย พ.ร.บ.สรรพสามิต  อย่างไรก็ตาม  เพื่อให้ระยะเวลาแก่ภาคเอกชนปรับตัว  ได้วางกรอบระยะเวลาไให้ภายใน 2 ปีแรก  หลังจาก พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้  ให้สินค้าที่เข้าข่ายมีน้ำตาลเกินที่กำหนดยังไม่ต้องเสียภาษี

.

.

          ตั้งแต่ 1 ตค. 2562 - 30 กย. 2564  เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลไม่เกิน 10 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตรเก็บภาษีที่ 0.30 บาทต่อลิตร

.

          เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 10 กรัม  แต่ไม่เกิน 14 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร  เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร (จากเดิมเสียภาษี 0.50 บาทต่อลิตร)

.

          เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 14 กรัม  แต่ไม่เกิน 18 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร  เสียภาษี 3 บาทต่อลิตร (จากเดิมเสียภาษี 1 บาทต่อลิตร)

.

          เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 18 กรัม   เสียภาษี 5 บาทต่อลิตร  และจะมีการปรับภาษีแบบขั้นบันไดแบบเท่าตัวอีกครั้งในช่วง 1 ตค. 2564 - 30 กย. 2556  และ 1 ตค. 2556  เป็นต้นไป